หากใครที่ได้เยือนยังประเทศญี่ปุ่นหรือได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ก็คงต้องเคยรู้จักหรือเคยได้ยินได้เห็นเกี่ยวกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงของญี่ปุ่นที่มีชื่อเรียกกันว่า รถไฟชิงกันเซ็ง เป็นระบบการคมนาคมของญี่ปุ่นที่มีความคล่องตัวสูง สะดวกรวดเร็ว ได้มาตรฐาน เป็นสีสันความทันสมัยของประเทศญี่ปุ่นซึ่งโด่งดังไปทั่วโลก ที่มาของรถไฟฟ้าชิงกันเซ็งก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

รถไฟฟ้าชิงกันเซ็ง ชื่อเรียกนี้แปลเป็นไทยได้ว่า “ ทางสายไกลสายใหม่ ” เป็นการทำรถไฟและชุดทางรถไฟความเร็วสูงที่มีประสิทธิภาพที่แรกของโลก โดยชิงกันเซ็งได้ต้นแบบมาจาก รถไฟฟ้าของเยอรมัน คือ รถฟ้า ซีเมนส์ ซึ่งสร้างโดยบริษัทซีเมนส์ ของเยอรมัน ชิงกันเซ็ง ยังมีชื่อเล่นที่ชาวญี่ปุ่นเรียกกันเล่นๆ ว่า “ ดังงัง เร็งชะ” แปลว่า เจ้ารถไฟหัวกระสุน หรือ Bullet train เพราะลักษณะการออกตัวที่รวดเร็วและมีความเร็วสูงอีกทั้งหัวขบวนรถ ก็มีลักษณะหัวเรียวมนเหมือนหัวกระสุนอีกด้วย สาเหตุที่ประเทศญี่ปุ่นได้ริเริ่มและเห็นคุณค่าที่ประเทศจำเป็นต้องสร้างรถไฟฟ้า ชิงกันเซ็งขึ้นก็เพราะภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ทั่วเกาะญี่ปุ่น ทำให้การเดินรถไฟแบบธรรมดาติดขัดและล่าช้า ยากลำบากเป็นช่วงๆ ยิ่งในช่วงที่พบกับเนินและความลาดชันที่ต่างระดับกัน ระยะห่างของระดับที่กระชั้นการเดินรถไฟจึงยากลำบากและช้ากว่าปกติ

เริ่มต้นของรถไฟฟ้าความเร็วสูงชิงกันเซ็ง ได้มีแนวคิดหรือริเริ่มจะก่อสร้างมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ในชื่อของรถไฟหัวกระสุน ดังงัง เร็งชะ และได้นำมาเปลี่ยนชื่อเรียกเป็นทางการเมื่อปี ค.ศ. 1940 เมื่อมีการก่อสร้างทางรถไฟสายโตเกียว-มิโมะโนะเซกิ เป็นรถไฟฟ้าระบบหัวจักรไอน้ำแต่ทำความเร็วถึง 200 กม./ชม. จากนั้นมีการสร้างระบบรถไฟ สถานีและรางมาตลอดจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในบางช่วงเกิดหยุดชะงักลง จนในที่สุดญี่ปุ่นก็พ่ายแพ้ในสงคราม รถไฟฟ้าความเร็วสูงแบบหัวจักรไอน้ำจึงหยุดลง ญี่ปุ่นกลับมาสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงขึ้นอีกครั้ง โดยใช้โครงสร้างและระบบเดิมที่สร้างทิ้งไว้เป็นส่วนหนึ่งในปี ค.ศ. 1958 โดยใช้การกู้เงินจากธนาคารโลก 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดใช้เฟสแรกในระยะทาง โตเกียว-โอซาก้า ชื่อสาย โทไกโดะ ในปี ค.ศ. 1964 และในปัจจุบันยังคงมีรถไฟฟ้าแบบหัวกระสุนใช้อยู่บ้างบางขบวน ตลอดระยะเวลา มากกว่า 40 ปียังไม่พบว่ามีอันตรายแก่ผู้โดยสารจนถึงชีวิตเลย มีสถิติรถไฟชิงกันเซ็งตกรางเพียง 1 ครั้ง เมื่อ 23 ตุลาคม ค.ศ. 2004 เมื่อเกิดแผ่นดินไหว รถไฟชิงกันเซ็งจะมีระบบรักษาความปลอดภัยและเตือน รวมถึงหยุดเดินรถอย่างรวดเร็ว ในอนาคตรถไฟฟ้าชิงกันเซ็งกำลังพัฒนาสู่รถไฟฟ้าระบบ ชูโอะ ชิงกันเซ็ง หรือรถไฟพลังแม่เหล็ก ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้ได้ในปี ค.ศ. 2027 จากโตเกียวไปยังเมืองนาโกย่า