เรามาทำความรู้จักกับถ่านหินกันก่อนดีกว่า

ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงอีกชนิดหนึ่งที่มนุษย์รู้จักและนำมาใช้กันอย่างนานนมแล้ว โดยมันเกิดจากการทับถมของซากพืช และซากสัตว์ เป็นเวลานานมาก คือ  225–350 ล้านปี ซึ่งซากเน่าเหล่านี้ก็จะถูกแรงอัดเวลาที่มันทับถมบริเวณตามลุ่มน้ำ , ก้นน้ำหรือปากแม่น้ำ จากปัจจัยที่เกิดจาก ความดันของบรรยากาศบวกกับแรงอัด อันมาจากจากแรงโน้มถ่วงของโลกจึงทำให้ซากเหล่านี้ได้เปลี่ยนมาเป็นหินพรุ และจึงกลายมาเป็นถ่านหินในที่สุด

มนุษย์นำถ่านหินมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร

ถ่านหินส่วนถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์โดยตรง คือ นำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ตามอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ หรืออุตสาหกรรมอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้มนุษย์ยังมีการใช้ถ่านหินเพื่อเป็นแหล่งวัตถุดิบนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อีกหลายชนิด เช่น ถ่านกัมมันต์ , ปุ๋ยยูเรีย , น้ำมันดิบ เป็นต้น

ข้อเสียของถ่านหิน

  • ก่อให้เกิดมลภาวะเป็นพิษในอากาศ อันมีสาเหตุมาจากควันเสียที่ถูกปล่อยจากโรงงาน โดยประกอบไปด้วย ก๊าซ CO2 , SO2 , NOx
  • ก่อให้เกิดปัญหากับสุขภาพของประชาชนแบบเรื้อรัง
  • ของแข็งที่เหลือจากการเผาไหม้ จะเป็นกลายมาเป็นเถ้า ซึ่งมีปริมาณมาก
  • ไม่สามารถนำพลังงานชนิดนี้กลับมาใช้ใหม่ได้
  • เป็นทรัพยากรแบบมีจำนวนจำกัด

ถ่านหินสะอาด

และในปัจจุบันนี้ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เรียกว่า ถ่านหินสะอาด มากมายหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น , จีน ซึ่งมีคุณภาพดีกว่าถ่านหินแบบเก่า ลดการก่อมลพิษ จึงทำให้เทคโนโลยีนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จนมีราคาถูกลง  ช่วยเพิ่มความประหยัดกับภาคอุตสาหกรรมได้มาก ส่วนการใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาดในประเทศไทย ทุกวันนี้ยังจำกัดอยู่แค่ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตสินค้า เช่น โรงงานชูรส , อุตสาหกรรมผลิตกระดาษ เป็นต้น เพราะการผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงถ่านหิน ยังไม่ได้รับการยอมรับจากภาคประชาชน ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีถ่านหินในปัจจุบันนี้จะมีความสะอาดมากจนช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมได้ก็ตาม

การอนุรักษ์ถ่านหิน

  • หันมาใช้ถ่านหินสะอาดมากกว่าถ่านหินแบบดั้งเดิม
  • ลดการใช้พลังงานโดยเฉพาะตามบ้านเรือนของประชาชน ควรปลูกจิตสำนึก รณรงค์ ลดการใช้พลังงานอย่างไม่จำเป็นรวมทั้งเวลาเลือกซื้อเครื่องใช่ไฟฟ้าก็ควรเลือกซื้อที่มีฉลากไฟเบอร์ 5 แปะอยู่
  • ปรับปรุงการเผาไม้ของเชื้อเพลิงให้ดีขึ้นกว่าเดิม

 

  • เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดได้แก่ ดิน , น้ำ , ลม โดยพลังงานเหล่านี้เป็นเป็นพลังงานจากธรรมชาติ และไม่มีวันหมดไป ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ หรือผลกระทบทางลดต่อโลก รวมทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้นอีกด้วย สามารถนำไปปรับใช้ในอุตสาหกรรมใหญ่ๆได้อย่างสบายๆ