โลกของเรา ณ ปัจจุบันนี้เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอันสุดตื่นเต้นเร้าใจ มีการยกระดับพัฒนาขึ้นไปอย่างก้าวกระโดด ถ้าพรุ่งนี้เราตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า มีรถบินได้อยู่บนฟ้าก็คงไม่ต้องแปลกใจ เพราะประเทศนิวซีแลนด์ ทำได้สำเร็จแล้ว ! ล้ำไปกว่านั้นคือ เป็นรถบินไร้คนขับเสียด้วย

TAXI อากาศไร้คนขับเริ่มแล้ว ณ นิวซีแลนด์

ประเทศนิวซีแลนด์ล้ำ หวังใช้ TAXI บินได้ขนส่งผู้โดยสารภายในตัวเมือง สามารถบินขึ้นและลงจอดบน เหมือนเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้มีการทดสอบอย่างเป็นทางการภายในประเทศนิวซีแลนด์ วันอังคารที่ 13 มีนาคม 2019 พร้อมตั้งเป้าต้องการเป็นผู้นำด้านธุรกิจการขนส่ง TAXI บินได้ ในอีก 3 ปีข้างหน้าอย่างเต็มภาคภูมิ อีกทั้งยังมีการสร้าง Application คล้ายกับ UBER ที่ให้ลูกค้าสามารถเรียก TAXI จากอากาศได้แล้ว ก้าวล้ำแบบสุดๆ !!

สำหรับโปรเจ็กต์ TAXI บินได้ไร้คนขับนี้มีชื่อว่า ‘COLA’ จุดเด่นที่สามารถทำให้ตกตะลึงไปตามๆ กันนั่นก็คือ เป็นการคมนาคมที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม , ไม่ปล่อยก๊าซพิษอันตรายสู่ชั้นบรรยากาศ , สามารถบินไปยังเป้าหมายได้อย่างเที่ยงตรง , รถไม่คิด จากความน่าสนใจอาจก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งการวิวัฒนาการทางด้านการขนส่งของมนุษย์

มีการทำงานอย่างไร ?

TAXI บินได้มีการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาดเล็กจำนวนหลาย 10 ตัวไว้บริเวณปีก เพื่อทำให้บินขึ้นไปบนท้องฟ้าได้ และสามารถลงจอดแบบตรงๆได้เหมือนกับเฮลิคอปเตอร์ ความน่าสนใจ คือ ลงจอดได้ทั้งบนดาดฟ้า และลานจอดรถแบบปกติ อีกทั้งยังมีเสียงที่เงียบมาก ไม่ต้องกลัวว่าจะรบกวนผู้อื่นๆ ใช้คอมพิวเตอร์สุดล้ำจำนวน 3 ตัวคำนวณเส้นทางบิน , รองรับผู้โดยสารได้ 2 คน มาพร้อมระบบปฏิบัติการเป็นอิสระสามารถตรวจวัดความปลอดภัยได้ นอกจากนี้บน TAXI ยังติดตั้งร่มชูชีพไว้ให้อุ่นใจด้วย

หากอย่างไรก็ตาม เรื่องที่น่าเสียดายตอนนี้ คือ TAXI อากาศไร้คนขับไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อจำหน่ายทั่วไป หากแต่มีไว้สำหรับให้ลูกค้าลงทะเบียนจองล่วงหน้า เหมือนกับขั้นตอนตั๋วเครื่องบิน หรือ การเรียกใช้บริการ UBER มาพร้อมการบริการที่สะดวกสบาย เพราะถึงจะล้ำเพียงไหนหากแต่ถ้าตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายไม่ได้ ก็จะไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ซึ่งทาง ‘COLA’ มี Application ให้ลูกค้าเรียกใช้บริการได้จาก Smartphone ซึ่งตรงจุดนี้ก็ตอบโจทย์การบริการมาก และ TAXI บินได้นี้ ได้รับใบประจำตัวของเครื่องบิน จากสำนักงานการบินพลเรือนของประเทศนิวซีแลนด์ อย่างถูกต้องสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว หากแต่ขั้นตอนทดลองเพื่อเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบนั้นคาดว่าจะใช้เวลา 6 ปี เพื่อสร้างเส้นทางที่ทั้งสะดวก สะอาด และปลอดภัยมากที่สุด แต่เพียงแค่อ่านเท่านี้ก็รู้สึกได้เลยว่ามันต้องเป็นเรื่องที่เจ๋งสุดๆ อีกทั้งยังน่าลองนั่งมากๆ